fbpx
เตรียมเฮ!!!!! ค่าจัดส่งพัสดุที่ “ภาคเหนือ” และ “ภาคอีสาน” ถูกลง!!

เตรียมเฮ!!!!! ค่าจัดส่งพัสดุที่ “ภาคเหนือ” และ “ภาคอีสาน” ถูกลง!!

ประกาศ ‼️‼️

🎉 ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. นี้ ขอเรียนเชิญ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ธุรกิจที่ส่งพัสดุจำนวนมากๆ ที่อยู่ใน 📌ภาคเหนือ และ 📌ภาคอีสาน ที่ต้องการส่งพัสดุไปโซนภาคอื่นๆ ที่ไม่ใช่กรุงเทพและปริมณฑล ทางร้านชิปป์สไมล์เซอร์วิส มีค่าจัดส่งพัสดุ ที่ถูกลง‼️ รีบไปใช้บริการที่ ร้านชิปป์สไมล์เซอร์วิส สาขาใกล้บ้านท่านได้เลยนะคะ

พิกัดสาขา : https://www.shipsmileservices.com/franchise/

www.shipsmileservices.com

ไปรษณีย์เอกชนโตลำบาก! Shipsmile สบช่องยกระดับธุรกิจนี้ด้วยแพลตฟอร์มศูนย์รวมขนส่งพัสดุ

ไปรษณีย์เอกชนโตลำบาก! Shipsmile สบช่องยกระดับธุรกิจนี้ด้วยแพลตฟอร์มศูนย์รวมขนส่งพัสดุ

หน้าร้านของ Shipsmile

ในอดีตธุรกิจรับส่งจดหมาย และพัสดุกับไปรษณีย์ไทย หรือที่คุ้นเคยในชื่อ “ไปรษณีย์เอกชน” นั้นเลี้ยงตัวเองได้ แต่ปัจจุบันด้วยคู่แข่งไปรษณีย์ไทยมีจำนวนมาก ทำให้ร้านเหล่านี้ลำบาก และนั่นคือโอกาสใหม่ของ Shipsmile

โอกาสยากที่จะเป็นเสือนอนกิน

ร้านไปรษณีย์เอกชนในปัจจุบันนั้นมีมากกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศไทย มีรายใหญ่ที่มีสาขากว่า 200 แห่งราว 5 ราย เช่น Quick Service, Winsent และ Pay Point เป็นต้น ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ยังพอประคองตัวเองไปได้ แต่ที่หนักคือผู้ให้บริการรายย่อยที่เน้นทำรายได้จากค่าธรรมเนียมในการส่งจดหมาย หรือพัสดุต่อไปยังไปรษณีย์ไทย

เพราะในอดีตกว่าจะไปส่งจดหมาย หรือพัสดุที่ไปรษณีย์ไทยได้นั้นแสนยาก ยิ่งในต่างจังหวัดที่ตัวศูนย์นั้นห่างจากตัวเมืองมาก ทำให้ร้านเหล่านี้นั้นกินค่าธรรมเนียมได้สบายๆ แต่ปัจจุบันมีบริษัทขนส่งพัสดุหน้าใหม่กระจายสาขาไปทั่ว แถมบางรายยังยอมไปรับพัสดุถึงบ้านแม่เพียงชิ้นเดียวเพื่อไปส่งให้ เรียกได้ว่าไปรษณีย์เอกชนอยู่ยากแน่ๆ

โลจิสติกส์ยังหอมหวาน ‘ชิปป์สไมล์’ ร่วมวงผุดศูนย์บริการลงลึกถึงตำบล
ชิปป์สไมล์ เซอร์วิส ปั้นแพลตฟอร์มธุรกิจออฟไลน์ครบวงจร ผุดศูนย์รวมบริการขนส่งชั้นนำของไทยกว่า 600 แห่ง ​สอดรับการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ยุค 4.0

“ผมไม่เห็นโอกาสที่พวกเขาจะเติบโตได้เลย เพราะค่ายส้ม, ค่ายเหลือง หรือค่ายสีอื่นก็ต่างยอมกดราคาลงมา แถมขยายสาขาเพื่อใกล้กับผู้ส่งมากที่สุด ดังนั้นเหล่าไปรษณีย์เอกชนนั้นถ้าไม่ปรับตัวก็คงอยู่ยาก และถึงจะมีความเป็นร้านสารพัดบริการ ก็ยังอยู่ได้ยากอยู่ดี”สฐีรณัฐ ลาภไกวัล ประธานกรรมการบริหาร Shipsmile Services กล่าว

ไปรษณีย์เอกชนยังมีประโยชน์ถ้าเข้าใจ

อย่างไรก็ตามถึงจะอยู่ยาก แต่ร้านไปรษณีย์เอกชนที่มีจุดแข็งคือใกล้ชุมชน และให้บริการได้สารพัด เช่นจองตั๋วเครื่องบิน, จ่ายบิลสาธารณูปโภค, ต่อภาษี-พ.ร.บ.รถยนต์ รวมถึงถ่ายเอกสาร ดังนั้นถ้านำจุดเด่นทั้งสองมาพัฒนาให้ดีขึ้น ก็น่าจะเป็นร้านค้าที่เป็นมากกว่าแค่ร้านที่ผูกทุกอย่างไว้กับไปรษณีย์ไทย

โลจิสติกส์ยังหอมหวาน ‘ชิปป์สไมล์’ ร่วมวงผุดศูนย์บริการลงลึกถึงตำบล

โลจิสติกส์ยังหอมหวาน ‘ชิปป์สไมล์’ ร่วมวงผุดศูนย์บริการลงลึกถึงตำบล

โลจิสติกส์ยังหอมหวาน ‘ชิปป์สไมล์’ ร่วมวงผุดศูนย์บริการลงลึกถึงตำบล
ชิปป์สไมล์ เซอร์วิส ปั้นแพลตฟอร์มธุรกิจออฟไลน์ครบวงจร ผุดศูนย์รวมบริการขนส่งชั้นนำของไทยกว่า 600 แห่ง ​สอดรับการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ยุค 4.0

นายสฐีรณัฐ ลาภไกวัล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชิปป์สไมล์ เซอร์วิส จำกัด (SHIPSMILE SERVICES) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มธุรกิจออฟไลน์แบบครบวงจร หรือ ระบบโปรแกรมหน้าร้านเสมือนร้านสารพัดงานบริการ เปิดเผยว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซยังเติบโตได้อีกมาก เห็นได้จากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)ที่คาดการณ์ว่าจากนี้ไปจนถึงปี 2565 ตลาดอีคอมเมิร์ซไทย น่าจะเติบโตขึ้นเฉลี่ย 22% และมีสัดส่วนการซื้อขายออนไลน์ที่สูงขึ้น จากปัจจุบันอยู่ที่ 3% ของยอดค้าปลีกทั้งระบบ

จากแนวโน้มการเติบโตดังกล่าว ทำให้ ชิปป์สไมล์ มองเห็นโอกาสในการสร้างธุรกิจ และเปิดให้บริการ ชิปป์สไมล์ เซอร์วิส ศูนย์รวมบริการขนส่งชั้นนำของไทยแบบครบวงจร กว่า 600 สาขาทั่วไทย เมื่อ 2 ปีทีผ่านมา ทำรายได้รวมมากกว่า 80 ล้านบาท โดยยึดคอนเซ็ปต์ “แพลตฟอร์มออฟไลน์แบบครบวงจร” หรือ ระบบโปรแกรมหน้าร้านเสมือนร้านสารพัดงาน งานบริการ โดยให้บริการส่งพัสดุในราคาเริ่มต้น 25 บาท พร้อมบริการเก็บเงินปลายทาง (COD)

นอกจากนี้ยังมีการให้บริการพื้นฐานด้านอื่นๆ ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคในยุค 4.0 เช่น การชำระเงินออนไลน์ต่างๆ, การทำเรื่อง พรบ., การต่อภาษีรถ ฯลฯ โดยในส่วนของบริการด้านขนส่งนั้น บริษัทฯ ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการขนส่งด่วนชั้นนำของประเทศ อาทิ ไปรษณีย์ไทย, แฟลช เอ็กซ์เพรส และ อัลฟ่า เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ยังวางเป้าหมายขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าในไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 ชิปป์สไมล์จะต้องมีสาขาให้บริการเพิ่มเป็น 1,000 สาขา และมียอดรับส่งพัสดุ จำนวน 1,000,000 ชิ้น ต่อเดือน พร้อมพันธมิตรขนส่งรายใหม่ๆ ที่สามารถเข้ามาช่วยเสริมศักยภาพ โดยจะเน้นในส่วนการให้บริการในโซนต่างจังหวัดมากยิ่งขึ้น

สำหรับปี 2563 มีแผนขยายสาขาให้ครอบคลุมไปในทุกตำบลเล็กๆ ไปจนถึงอำเภอ และเพิ่มบริการส่งสินค้าไปยังต่างประเทศอีกด้วย นอกจากนี้ยังจะมีงานบริการอื่นๆ อีกมากมายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดโดยรวมต่อไป ซึ่งธุรกิจ หรือบริการทั้งหมดของชิปป์สไมล์ จะต้องสามารถสร้างความเติบโตทั้งในส่วนของรายได้ และกำไรให้แก่บริษัทฯ รวมถึงผู้ประกอบการได้ในระยะยาว

“ชิปปสไมล์ เซอร์วิส”วางเป้าขึ้นเป็นศูนย์รวมบริการขนส่งครบวงจรรับตลาด E-Commerce โต ขยายสาขาปีนี้เพิ่มเป็น 1 พันสาขา

“ชิปปสไมล์ เซอร์วิส”วางเป้าขึ้นเป็นศูนย์รวมบริการขนส่งครบวงจรรับตลาด E-Commerce โต ขยายสาขาปีนี้เพิ่มเป็น 1 พันสาขา

"ชิปปสไมล์ เซอร์วิส"วางเป้าขึ้นเป็นศูนย์รวมบริการขนส่งครบวงจรรับตลาด E-Commerce โต ขยายสาขาปีนี้เพิ่มเป็น 1 พันสาขา
“ชิปปสไมล์ เซอร์วิส”วางเป้าขึ้นเป็นศูนย์รวมบริการขนส่งครบวงจรรับตลาด E-Commerce โต ขยายสาขาปีนี้เพิ่มเป็น 1 พันสาขา

นายสฐีรณัฐ ลาภไกวัล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชิปปสไมล์ เซอร์วิส จำกัด (SHIPSMILE SERVICES) ผู้ดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ร้านสารพัดงานบริการ รวบรวมขนส่งชั้นนำทั่วประเทศ เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าเป็นศูนย์รวมบริการขนส่งชั้นนำของไทยแบบครบวงจร ภายใต้การดำเนินงานในรูปแบบ แพลตฟอร์มธุรกิจออฟไลน์แบบครบวงจร หรือระบบโปรแกรมหน้าร้านเสมือนร้านสารพัดงานบริการ เพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจ และสอดคล้องกับการเติบโตของตลาดอี-คอมเมิร์ซ ในยุค 4.0 โดยมุ่งเน้นเป็นร้านสารพัดบริการ รวบรวมขนส่งชั้นนำที่อยู่ใจกลางชุมชน และมีสาขาคลอบคลุมมากที่สุดในประเทศ

ทั้งนี้แผนการดำเนินงานในปี 62 บริษัทฯ ตั้งเป้ามีสาขาให้บริการเพิ่มเป็น 1,000 สาขา โดยจะมุ่งเน้นสาขาในรูปแบบของ Drop Off เป็นหลัก จากปัจจุบันมีสาขาทั้งในรูปแบบ Drop Off และ Full Set อยู่กว่า 600 สาขา และตั้งเป้ามียอดรับส่งพัสดุ จำนวน 1 ล้านชิ้นต่อเดือน ซึ่งจะส่งผลทำให้บริษัทฯ มีรายได้จากการขายแฟรนไชส์ร้านสารพัดบริการ ภายใต้แบรนด์ Shipsmile Services (ชิปป์สไมล์ เซอร์วิส) สิ้นปีนี้เติบโตแตะ 200 ล้านบาท จากปัจจุบันที่มีรายได้ราว 80 ล้านบาท รวมถึงรับรู้กำไรจากการรับส่งพัสดุจากการร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ ได้จับมือกับพันธมิตรผู้ให้บริการขนส่งด่วนชั้นนำของประเทศ ทั้ง ไปรษณีย์ไทย, แฟลช เอ็กซ์เพลส, อัลฟ่า และดีเอชแอล เอ็กซ์เพรส

อย่างไรก็ตามบริษัทฯ อยู่ระหว่างมองหาพันธมิตรผู้ให้บริการขนส่งเพิ่มเติมอีก โดยมีความสนใจผู้ให้บริการขนส่งพัสุดที่อยู่ในต่างจังหวัด และประเทศเพื่อนบ้าน คาดว่าในปี 63 จะสามารถเห็นความชัดเจนได้ โดยในปี 63 บริษัทฯ มีแผนขยายสาขาให้ครอบคลุมไปในทุกตำบลเล็กๆ ตลอดจนอำเภอ และเพิ่มบริการส่งสินค้าไปยังต่างประเทศด้วย รวมถึงจะเพิ่มงานบริการอื่นๆ ที่นอกเหนือจากงานขนส่ง เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดโดยรวม และสร้างการเติบโตให้กับบริษัทฯ และผู้ประกอบการในระยะยาว

“ในปีนี้เราจะมุ่งเน้นไปที่การสร้างแบรนด์ให้เกิดการรับรู้แก่ทุกภาคส่วน จากการขยายสาขาแฟรนไชส์ฯ ที่ลงทุนน้อย คืนทุนได้ไว  และมีจุดเด่น เช่น การบริการรับส่งพัสดุในราคาที่เท่ากับพันธมิตรรายอื่นๆ พร้อมมีบริการเก็บเงินปลายทาง (COD) และการบริการพื้นฐานทั่วไป เช่น การชำระเงินออนลไน์ต่างๆ, การทำเรื่องพ.ร.บ., การต่อภาษีรถ เป็นต้น ส่วนปีหน้าจะเน้นเรื่องของการบริการอื่นๆ ที่จะเข้ามาเพิ่มเติม”

สำหรับการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซ อ้างอิงจากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ประเมินว่ามูลค่าการซื้อขายออนไลน์ตั้งแต่ปีนี้ไปจนถึงปี 65 ตลาดอีคอมเมิร์ซไทย น่าจะเติบโตขึ้นเฉลี่ย 22% จากปี 61 อยู่ที่ 3.05 ล้านล้านบาท และมีสัดส่วนการซื้อขายออนไลน์ที่สูงขึ้น แม้ปัจจุบันจะมีเพียง 3% ของยอดค้าปลีกทั้งระบบ แต่เชื่อได้ว่าตลาดนี้จะมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ซึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนในยุค 4. 0 ที่เปลี่ยนไปจากอดีตโดยสิ้นเชิง

พร้อมกันนี้ประเทศไทยนับว่าเป็นประเทศอันดับหนึ่งในทวีปเอเชียที่มีตัวเลขการซื้อขายออนไลน์ประมาณ 24 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าไทยมีการเติบโตของธุรกิจออนไลน์ที่สูงมีพ่อค้า-แม่ค้าออนไลน์หน้าใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา รวมทั้งมีการพัฒนารูปแบบแพลตฟอร์มการขายสินค้าใหม่ๆ ที่สามารถสร้างกำไรในตลาดออนไลน์ได้อย่างมหาศาล ซึ่งเมื่อธุรกิจขายของออนไลน์เติบโตการขนส่งสินค้าจำต้องปรับตัวให้เติบโตตามความต้องการของตลาดและผู้บริโภค เนื่องจากในแต่ละวันจะมีจำนวนพัสดุที่ลูกค้าทำการจัดส่งเป็นจำนวนมากส่งให้ตลาดอยู่ในสภาวะ Supply น้อยกว่า Demand ก็คือสินค้าในตลาดออนไลน์มากกว่าขนส่งที่ให้บริการ

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq03/3037793

ชิปป์สไมล์ปั๊มจุดเซอร์วิส ออฟไลน์เบ็ดเสร็จเน้นตจว.

ชิปป์สไมล์ปั๊มจุดเซอร์วิส ออฟไลน์เบ็ดเสร็จเน้นตจว.

ชิปป์สไมล์ปั๊มจุดเซอร์วิส ออฟไลน์เบ็ดเสร็จเน้นตจว.
ชิปป์สไมล์ตั้งเป้าเพิ่มศูนย์รวมบริการขนส่งแบบออฟไลน์ครบวงจรให้ได้1,000 แห่งปีนี้ เพิ่มพันธมิตรขนส่งรับการขยาย อี-คอมเมิร์ซ

นายสฐีรณัฐ ลาภไกวัล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชิปป์สไมล์ เซอร์วิส จำกัด (SHIPSMILE SERVICES) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มธุรกิจออฟไลน์แบบครบวงจร หรือ ระบบโปรแกรมหน้าร้านเสมือนร้านสารพัดงานบริการ เปิดเผยว่า ชิปป์สไมล์ ตั้งเป้าเพิ่มศูนย์บริการ ชิปป์สไมล์ เซอร์วิส ซึ่งศูนย์รวมบริการขนส่งชั้นนำของไทยแบบครบวงจร โดยยึดคอนเซ็ปต์ “แพลตฟอร์มออฟไลน์แบบครบวงจร หรือ ระบบโปรแกรมหน้าร้านเสมือนร้านสารพัดงานงานบริการ” ภายในปี 2562 ให้ได้ 1,000 สาขา จากปัจจุบันที่มีอยู่ 600 สาขา หลังจากเปิดบริการมา 2 ปี และจะเพิ่มยอดรับส่งพัสดุให้ได้ 1,000,000 ชิ้น ต่อเดือน พร้อมจับมือพันธมิตรขนส่งรายใหม่ๆ ที่สามารถเข้ามาช่วยเสริมศักยภาพ โดยจะเน้นในส่วนการให้บริการในโซนต่างจังหวัดมากยิ่งขึ้น

โดยในปี 2563 ยังมีแผนขยายสาขาให้ครอบคลุมไปในทุกตำบลเล็กๆ ไปจนถึงอำเภอ และเพิ่มบริการส่งสินค้าไปยังต่างประเทศอีกด้วย รวมถึงจะมีงานบริการอื่นๆ อีกมากมายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รองรับการเติบโตของตลาดโดยรวมต่อไป

ทั้งนี้ประเทศไทย นับว่าเป็นประเทศอันดับหนึ่งในทวีปเอเชีย จากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) เมื่อปลายปี 2561 ที่ประเมินว่ามูลค่าการซื้อขาย

ออนไลน์อยู่ที่ 3.05 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 9-10% คาดการณ์ว่าจากนี้ไปจนถึงปี 2565 ตลาดอี-คอมเมิร์ซไทย น่าจะเติบโตขึ้นเฉลี่ย 22% และมีสัดส่วนการซื้อขายออนไลน์ที่สูงขึ้นเช่นกัน แม้ปัจจุบันจะมีเพียง 3% ของยอดค้าปลีกทั้งระบบ แต่เชื่อได้ว่าตลาดนี้จะมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ซึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนในยุค 4.0 ที่เปลี่ยนไปจากอดีตโดยสิ้นเชิง

ซึ่งเมื่อธุรกิจขายของออนไลน์เติบโต การขนส่งสินค้าจำต้องปรับตัวให้เติบโตตามความต้องการของตลาด และผู้บริโภค เนื่องจากในแต่ละวันจะมีจำนวนพัสดุที่ลูกค้าทำการจัดส่งเป็นจำนวนมาก ส่งให้ตลาดอยู่ในสภาวะ Supply น้อยกว่า Demand ก็คือสินค้าในตลาดออนไลน์มากกว่าขนส่งที่ให้บริการ เหล่านี้จึงเป็นแนวคิดในการสร้างธุรกิจของชิปป์สไมล์ ที่เรียกว่า “แพลตฟอร์มธุรกิจออฟไลน์แบบครบวงจร หรือ ระบบโปรแกรมหน้าร้านเสมือนร้านสารพัดงานงานบริการ

ชิปป์สไมล์ เซอร์วิส
ชิปป์สไมล์ เซอร์วิส
แม่ค้าออนไลน์คุมทุกซอย รับส่งพัสดุ “รายย่อย” แข่งดุ

แม่ค้าออนไลน์คุมทุกซอย รับส่งพัสดุ “รายย่อย” แข่งดุ

แม่ค้าออนไลน์คุมทุกซอย รับส่งพัสดุ “รายย่อย” แข่งดุ
ผู้จัดการรายวัน 360 – อีคอมเมิร์ซ 3 ล้านล้านบาท ปีนี้คาดโต 10% เหตุแม่ค้าออนไลน์มีทุกซอย ดันบริการรับส่งสินค้าแข่งดุ ‘ชิปป์สไมล์ เซอร์วิส’ สบช่องพร้อมเป็นพันธมิตรกับทุกราย เดินหน้าจีบร้านกาแฟ แม่ค้าออนไลน์ ผุด “ศูนย์รวมบริการขนส่งชั้นนำของไทย” จูงใจลงทุนต่ำกำไรสูง เป้า 1,000 สาขาปีนี้

นายสฐีรณัฐ ลาภไกวัล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชิปป์สไมล์ เซอร์วิส จำกัด (SHIPSMILE SERVICES) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มธุรกิจออฟไลน์แบบครบวงจร หรือระบบโปรแกรมหน้าร้านเสมือนร้านสารพัดงานบริการ เปิดเผยว่า ปัจจุบันจุดให้บริการรับส่งพัสดุยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้บริการ ในยุคที่ทุกพื้นที่ทุกตรอกซอกซอยมีพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เต็มไปหมด การเข้ามาใช้บริการฝากส่งสินค้า ณ จุดให้บริการหลักนั้นกลับใช้เวลาเป็นชั่วโมงเพราะมีการต่อคิวหลายราย แต่ละรายยังส่งสินค้าเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้องเสียเวลานานมาก ไม่สะดวกสบาย ส่วนจุดรับฝากย่อยกลับมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าปกติ

ส่งผลให้ชิปป์สไมล์มองเห็นโอกาสที่เกิดขึ้น จึงได้ให้บริการศูนย์รวมบริการขนส่งชั้นนำของไทย ในชื่อ ‘ชิปป์สไมล์ เซอร์วิส’ ขึ้น ปัจจุบันมีกว่า 600 แห่ง หลังจากนี้จะมุ่งขายแฟรนไชส์ทั้งในลักษณะหน้าร้านเต็มรูปแบบ และแบบจุดดรอปออฟ ตั้งเป้าถึงสิ้นปีนี้จะขยายสาขารวมกันได้กว่า 1,000 สาขา โดยกว่า 90% จะเป็นแบบดรอปออฟ และ 10% เป็นหน้าร้าน หรือสิ้นปีนี้บริษัทน่าจะมีรายได้กว่า 200 ล้านบาท

“โมเดลของศูนย์ชิปป์สไมล์ เซอร์วิส คือการให้บริการรับส่งพัสดุ 90% และบริการจ่ายบิลอื่นๆ 10% โดยเปิดกว้างกับพันธมิตรผู้ให้บริการรับส่งพัสดุทุกราย เริ่มต้นที่ 25 บาท ถูกสุดในตลาด ซึ่งขณะนี้มี 3 ราย คือ ไปรษณีย์ไทย อัลฟ่า และแฟลช เอ็กซ์เพรส อนาคตจะเพิ่มบริการใหม่ๆ เข้าไปด้วย เช่น ไฟแนนเชียล อย่าง เงินติดล้อ เป็นต้น”

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) เมื่อปลายปี 2561 ประเมินว่ามูลค่าการซื้อขายออนไลน์อยู่ที่ 3.05 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 9-10% คาดการณ์ว่าจากนี้ไปจนถึงปี 2565 ตลาดอี-คอมเมิร์ซไทยน่าจะเติบโตขึ้นเฉลี่ย 22% และมีสัดส่วนการซื้อขายออนไลน์ที่สูงขึ้นเช่นกัน แม้ปัจจุบันจะมีเพียง 3% ของยอดค้าปลีกทั้งระบบ แต่เชื่อได้ว่าตลาดนี้จะมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ซึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนในยุค 4.0 ที่เปลี่ยนไปจากอดีตโดยสิ้นเชิง

https://mgronline.com/business/detail/9620000085423

Send this to a friend